ทนายเปิ้ล ประกาศลาออกจากมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดใจถึงความโหดร้ายของสังคม
วันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 11:31 น. กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับกรณีของ ทนายเปิ้ล หรือ นางสาวศิริขวัญ นิลกรรณ์ ที่ปรึกษากฎหมายและทนายความประจำมูลนิธิองค์กรทำดีของบุ๋ม ปนัดดา หลังจากเกิดปัญหาครั้งใหญ่เกี่ยวกับมูลนิธิฯ ซึ่งล่าสุด ทนายเปิ้ลได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงบทบาทการทำงานที่ผ่านมา พร้อมเผยความรู้สึกหลังเกิดเหตุการณ์ และประกาศเตรียมยุติหน้าที่จิตอาสาเพื่อกลับไปรับผิดชอบครอบครัวและธุรกิจส่วนตัว
ประวัติการศึกษาและเส้นทางทำงานของทนายเปิ้ล
ผ่านข้อความโพสต์บนเฟซบุ๊กของเธอ ทนายเปิ้ลได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการศึกษาว่า เธอจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงผ่านการอบรมเนติบัณฑิต และยืนยันว่าเธอได้ประกอบอาชีพทนายความโดยยึดมั่นในจรรยาบรรณของวิชาชีพมาโดยตลอด
จุดเริ่มต้นของการทำงานเพื่อสังคม
ทนายเปิ้ลเล่าว่า แรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อสังคมเกิดจากความตั้งใจใช้ความรู้ด้านกฎหมายช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอติดต่อและร่วมงานกับบุ๋ม ปนัดดา ในช่วงที่อีกฝ่ายทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้เสียหายจากคดีข่มขืน ก่อนจะขยายงานสังคมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนมาช่วยเป็นกรรมการและดูแลงานด้านกฎหมายในมูลนิธิองค์กรทำดี
บทบาทและภารกิจที่ผ่านมาของทนายเปิ้ลในมูลนิธิ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทนายเปิ้ลได้ให้ความช่วยเหลือผู้คนที่ขอคำปรึกษาด้านกฎหมายในหลายประเด็น เช่น คดีข่มขืน การคุกคามทางเพศ ปัญหาครอบครัวและเด็ก โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมถึงมีส่วนร่วมในงานจิตอาสาเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น การจัดเตรียมถุงยังชีพ ข้าวกล่อง และประสานงานช่วยเหลือประชาชนร่วมกับทีมกู้ภัยของมูลนิธิ
ยืนยันบทบาทไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเงินมูลนิธิ
ทนายเปิ้ลชี้แจงว่าหน้าที่หลักในมูลนิธิ เป็นงานด้านเอกสารและกฎหมาย เช่น การจดทะเบียนย้ายมูลนิธิ การจัดทำหนังสือมอบอำนาจ และการรายงานการประชุม เธอมีภาระดูแลลูก 4 คน และจึงทำหน้าที่ช่วยงานตามความสะดวก ส่วนเรื่องการเงินของมูลนิธิ เธอยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือทราบถึงรายละเอียดจำนวนเงินบริจาคหรือค่าใช้จ่าย เพราะงานบริหารการเงินอยู่ในความรับผิดชอบของบุ๋ม ปนัดดา อีกทั้งยังระบุว่าเคยบริจาคเงินให้มูลนิธิและเคยเห็นการก่อสร้างในพื้นที่มูลนิธิขณะช่วยงาน
รับมือกับความเครียดและประกาศยุติการทำงานจิตอาสา
ทนายเปิ้ลเปิดเผยความรู้สึกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอตกใจและเครียดไม่น้อย เธอไว้วางใจและให้เกียรติบุ๋ม ปนัดดา ซึ่งทุ่มเททำงานช่วยเหลือสังคมอย่างหนัก ทั้งการลงพื้นที่ชายแดน น้ำท่วม ช่วยเหลือผู้ป่วย และงานภารกิจต่างๆ จนบางครั้งเธอรู้สึกเหนื่อยแทน
ในขณะนี้ ทนายเปิ้ลกำลังช่วยตรวจสอบปัญหาและจำนวนเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนแก้ไขและติดตามการชดใช้ ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานในมูลนิธิ และยุติบทบาทช่วยเหลือผู้อื่น เหตุผลสำคัญคืออยากกลับไปดูแลครอบครัว ลูก ๆ และธุรกิจของตัวเอง
ข้อความสุดท้ายและคำขอกำลังใจ
ท้ายข้อความ ทนายเปิ้ลได้สะท้อนความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอกำลังใจจากคนรอบข้าง โดยกล่าวว่า
“สังคมเรามันโหดร้ายเกินไป ทำดีก็แค่เสมอตัว พลาดพลั้งก็ถูกเหยียบย่ำซ้ำเติม ขอดูแลครอบครัว ลูก ๆ และธุรกิจตัวเอง ท้ายที่สุดต้องดูแลตัวเอง ปกป้องและต่อสู้อย่างถึงที่สุด เราทำเพื่อคนอื่นมามาก ช่วยคนมาเยอะ เรามั่นใจในความดี ความบริสุทธิ์ของตัวเอง พิสูจน์ได้ทุกอย่าง ขอสู้เต็มที่เพื่อชีวิตและอนาคตของเราเอง”
พร้อมฝากให้เพื่อน พี่น้อง และคนรู้จักเข้าใจสิ่งที่เธอกำลังเผชิญ และให้กำลังใจในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
สรุป
ข้อความชี้แจงนี้ถือเป็นมุมมองและความคิดเห็นจากทนายเปิ้ลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับมูลนิธิองค์กรทำดี โดยรายละเอียดด้านการเงินและประเด็นอื่น ๆ ยังคงต้องเฝ้าติดตามความคืบหน้าจากผู้เกี่ยวข้องต่อไป















