เบนซ์ พรชิตา และ มิค บรมวุฒิ เปิดใจเคลียร์ชัดถึงปัญหาครอบครัวที่เคยเกือบแตกร้าว พร้อมอนุญาตให้มิคซื้อ “ตุ๊กตายาง” เป็นทางออกในช่วงวิกฤต อีกทั้งยังอัปเดตความน่ารักของลูกๆ ทั้ง 3 คน ได้แก่ “น้องปริม” อายุ 10 ปี, “น้องปราง” อายุ 8 ปี และ “น้องเปรม” อายุ 6 ปี ที่แต่ละคนมีความซนและนิสัยเฉพาะตัวแตกต่างกันอย่างชัดเจน
เบนซ์ยังเผยความภูมิใจกับกระแสละคร “แรงเงา” ที่กลับมารับงานละครอีกครั้งในรอบ 10 ปี ซึ่งได้รับความสนใจและมีมโดนใจแฟนๆ เต็มบ้านเต็มเมือง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ Show ช่อง One31 ที่ดำเนินรายการโดย “ชมพู่ ก่อนบ่าย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา”
กระแสละครแรงเงา ที่พูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง
เบนซ์ เล่าถึงฉากตกบันไดในละครที่ทำให้เกิดมีมมากมายว่า “หลายคนชอบ บางคนขำ บางคนก็สงสัยว่า ทำไมต้องตกบันไดซ้ำถึงสามรอบ” โดยเวอร์ชั่นนี้มีการเพิ่มฉากตบและตกบันไดเลื่อนทำให้แฟนๆ แซวว่าเหมือนแรงเงาสไตล์อินเดีย
เบนซ์ยอมรับว่าการถ่ายฉากเหล่านี้ค่อนข้างยาก เพราะบันไดเลื่อนเป็นเหล็กและอันตราย ทีมงานจึงใช้สแตนอินช่วยถ่ายทำเพื่อลดความเสี่ยง ทั้งยังมีการถ่ายแยกฉากแล้วนำมาผสมกัน
เบนซ์ ดีใจมากที่ต่างชาติให้ความสนใจกับฉากหลายๆ ฉากใน “แรงเงา” เวอร์ชั่นนี้ และเผยว่าบทละครเขียนให้ตัวละครตกบันไดถึงสามรอบเพื่อเพิ่มความสะใจในเนื้อเรื่อง
พี่มิคกับบทบาทคู่ชีวิตและการเลี้ยงลูกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
มิค เล่าว่าไม่ได้เลี้ยง “เบนซ์” เป็นกรงทอง แต่ให้กำลังใจและสนับสนุนให้กลับมาทำงานได้เสมอ แม้ว่าเบนซ์จะติดลูกมากๆ แต่เมื่อมีโอกาสได้เล่น “แรงเงา” ก็เต็มที่สุดๆ
มิคยังเล่าเบื้องหลังฉากบู๊และฉากตบกลิ้งว่ามีการถ่ายซ้ำหลายครั้ง เพราะอยากได้ภาพที่สมจริงที่สุด ก่อนจะโทรหานักแสดงให้ถ่ายฉากซ้ำอีกครั้งเพื่อความเป๊ะ
ความสนุกและความท้าทายในบทละครแรงเงา
เบนซ์ แชร์ว่า องค์ประกอบในบททำให้ละครสนุกมาก โดยเฉพาะฉากที่เถียงกับผู้อำนวยการและมีการพูดจาแรง ทำให้พี่ป๋อ ณัฐวุฒิ เติมบทและใส่ความอินเนอร์จนบทละครสุดเข้มข้นและแตกต่างจากเวอร์ชั่นเดิม
แม้จะกลับมารับงานละครหลังจากห่างหายไป 10 ปี แต่เบนซ์ก็รับมือกับความกดดันได้ดี โดยผ่านเวิร์คช็อปช่วยค้นหารูปแบบตัวละครจนมั่นใจ สามารถสวมบทบาท “นางเอกแรงเงา” ได้อย่างสมบทบาทและได้รับเสียงตอบรับดีจากแฟนละคร
การตอบรับจากแฟนละครและเสียงวิจารณ์
เบนซ์เผยว่า แม้จะมีคนวิจารณ์ว่าบางฉากดูโอเวอร์หรือไม่สมเหตุสมผล แต่ทีมงานและนักแสดงก็พยายามสร้างความสนุกและส่งมอบความบันเทิงให้เต็มที่ พร้อมย้ำให้คนดูปล่อยใจปล่อยจอย รับความสนุกของละครอย่างเต็มที่
ความสัมพันธ์ในครอบครัวและเรื่องความหึงหวง
มิคยอมรับว่าแอบมีความหึงหวงนิดๆ เมื่อเห็นพี่ป๋อ ณัฐวุฒิ เข้ามาใกล้ชิดเบนซ์ในฉากต่างๆ แต่ก็เป็นความรู้สึกธรรมดาเพราะความสนิทสนมกันในวงการ และไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด โดยเบนซ์เองก็ยิ้มและหัวเราะกับความหึงของสามี
วิกฤตและความท้าทายในความสัมพันธ์คู่รัก
เปิดใจสุดซึ้งกับช่วงที่ความสัมพันธ์เคยเครียดจนเกือบ “เตียงหัก” เมื่อมิคเผยว่าเขาอยากใกล้ชิดกับเบนซ์แต่ฝ่ายหญิงกลับไม่ให้ความร่วมมือจนเกิดช่องว่างและความไม่สบายใจในครอบครัว
ในช่วงนั้นมิคยังเล่าถึงทางออกด้วยการอนุญาตให้ซื้อ “ตุ๊กตายาง” เพื่อคลายเครียดและลดความเครียดในบ้าน แม้ตอนนี้จะถูกห้ามไปแล้วก็ตาม
ก้าวผ่านปัญหา สู่การดูแลตัวเองและความรักที่เริ่มกลับมา
มิคพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาเคยมีความคิดแง่ลบและต้องการหาทางออกนอกบ้าน แต่สุดท้ายตัดสินใจเปิดใจพูดคุยอย่างจริงจังกับเบนซ์ เพื่อแก้ไขความรู้สึกและความสัมพันธ์ ทำให้ทั้งคู่กลับมาจับมือกันได้อีกครั้งและมีความรักที่แซ่บเหมือนเดิม
เบนซ์เองก็ยอมรับว่าเพิ่งเข้าใจถึงความรู้สึกและความกดดันทั้งในเรื่องลูกและความมั่นใจของผู้หญิงหลังแต่งงาน ที่เปลี่ยนไปจากเดิม และทั้งคู่ต้องช่วยกันปรับจูนความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น
อัปเดตชีวิตครอบครัวและลูกๆ ทั้ง 3 คน
มิค เล่าว่า “น้องปริม” อายุ 10 ปี เป็นเด็กที่ไม่มั่นใจในตัวเองแต่พยายามอย่างหนักในการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำโรงเรียนจนประสบความสำเร็จ มีความพยายามมุ่งมั่นจนผู้เป็นพ่อภูมิใจมาก
ส่วน “น้องปราง” อายุ 8 ปี มีคาแรกเตอร์ชัดเจน เป็นเด็กที่รักครอบครัว และเป็นสายหวานที่เอาใจพ่อและแม่ได้อย่างน่ารักสุดๆ
สำหรับ “น้องเปรม” 6 ขวบ ลูกคนเล็กที่ทั้งรอยยิ้มและความเอาใจใส่เป็นที่รักของทุกคนในบ้าน พร้อมทั้งเรื่องขำๆ จากการตัดผมสไตล์รองทรงสูงที่ทำให้คุณแม่เกือบวีนแตก แต่สุดท้ายก็ได้รับการง้อด้วยความน่ารักจากคุณพ่อ
ติดตามความสนุกและชีวิตครอบครัวต่อได้ที่
รายการ คุยแซ่บ Show ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง One31 พร้อมรับชมย้อนหลังที่ Youtube Channel Orange Mama เพื่ออัปเดตทุกเรื่องราวความรัก ครอบครัว และเบื้องหลังละครแรงเงาแบบเจาะลึก















